12/Aug/2020

‘บิ๊กตู่’ โกงหนักมาก พบรัฐประหาร โกงกว่า รัฐบาลเลือกตั้ง พวกเดียวกันรอดทุกคดี

…เป่านกหวีดไล่โกงแทบตาย สุดท้ายได้คนโกงกว่าเป็นนายก…..

“สถิติดัชนีการทุจริตของไทย ที่จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่ายุค คสช.แม้ไม่มีนักการเมืองบริหาร แต่สถิติการโกงกินมากกว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียอีก

โดยในปี 2552-2554 ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ดัชนีความโปร่งใส อยู่ลำดับที่ 78 เท่านั้น แต่ตั้งแต่ปี 2557-2562 มีลำดับเพิ่มขึ้นจากลำดับที่ 99 เป็น 101 แสดงให้เห็นว่า แนวโน้มปัญหาการทุจริตแย่ลง”
เทพไท เสนพงศ์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

“การดำเนินคดีทุจริตแทนที่จะมีความรวดเร็วเป็นธรรมโปร่งใสไม่เลือกปฏิบัติ แต่ขณะนี้เห็นชัดว่ามีการดำเนินคดีไม่เที่ยงธรรม ถ้าเป็นพวกเดียวกันก็รอดพ้นหมด ปล่อยคดีหมดอายุความ

มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ มีการวินิจฉัยทรัพย์สินยืมใช้คงรูป ไม่ต้องแจ้ง เพราะการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระไม่โปร่งใส จึงทำให้ขัดต่อเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ”

>>>ประยุทธ์ โกงน้อยกว่า ยิ่งลักษณ์ จริงหรือ ??

สภาพที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์และรัฐบาลประยุทธ์มีดัชนีโปร่งใสขึ้นลงระหว่าง 35-38 สะท้อนว่าที่มาของอำนาจรัฐแทบไม่มีผลกับมุมมองที่ต่างประเทศมีต่อคอร์รัปชันในไทย การทำรัฐประหารเพื่อแก้โกงจึงเป็นข้ออ้างที่ใช้ไม่ได้ ซ้ำยังทำให้ภาพลักษณ์ประเทศถอยหลังลงคลองจนต้องใช้เวลาฟื้นฟูให้กลับมาอยู่

ณ จุดที่เคยเป็นโปรดสังเกตว่าอันดับความโปร่งใสของประเทศยุครัฐบาลทหารตกต่ำจากอันดับที่ 76 ไปเป็น 101 ต่ำกว่าอันดับความโปร่งใส ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ซึ่งปีแรกที่ชนะเลือกตั้งอยู่ที่ 88 และก่อนยุบสภาอยู่ที่ 85

ไม่ต้องเถียงกันว่ายุคไหนโกงเยอะระหว่างยิ่งลักษณ์กับประยุทธ์ เพราะโจทย์สำคัญของประเทศคือการปราบโกงโดยทำให้การโกงมีอุปสรรคจนไม่อยากโกง และเพราะการโกงเป็นเรื่องเดียวกับการผูกขาดอำนาจและเศรษฐกิจ การปราบโกงจึงต้องทลายอำนาจไม่ให้กระจุกที่คนกลุ่มซึ่งตรวจสอบไม่ได้

แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันคือ ภาพรัฐบาลรวมศูนย์อำนาจนอนกอดพรก.ฉุกเฉินโดยใช้โรคระบาดเป็นข้ออ้าง การผูกขาดเศรษฐกิจไทยโดยเจ้าสัว

จนหนี้ครัวเรือนพุ่งเพราะเศรษฐกิจฐานรากพัง ทั้งยังมีการออกแบบกฎหมายที่เอาผิดไม่ได้-ตรวจสอบไม่ได้ เลวร้ายถึงขั้นมีคนค้ายาข้ามชาติเป็นรัฐมนตรี

การโกงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาชีพ ทหารโกงได้เหมือนนักการเมือง ผู้รับเหมา หรือกำนัน การอยู่บ้านหลวงหลังเกษียณคือการโกงไม่ต่างจากไถเงินเป่าคดี หรือใส่เหล็กสร้างถนนสเปกต่ำ และการยกย่องอาชีพไหนเกินเหตุก็เข้าข่ายอวดอุตริศีลธรรม

ตัวอย่างเช่น รถไฟความเร็วสูงในยุคประยุทธ์ เป็นการซื้อจากจีนโดยไม่ประมูลเข้าข่ายนโยบายเอื้อโกงในยุคปัจจุบัน เพราะแค่นายทุนคุยกับผู้มีอำนาจถูกคอก็โกยเงินไทยกลับจีนไปหลายแสนล้าน สุดท้ายตอนนี้เซ็นสัญญาไปร่วม 3 ปี เพิ่งสร้างเสร็จแค่ไม่ถึง 10 กิโลเมตร

ขณะที่รถไฟความเร็วสูง ใน สปป.ลาวกำลังจะเปิดใช้ในอีก 1-2 ปี แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงคมนาคมยอมรับว่า กว่ารถไฟความเร็วสูงของไทยจะไปเชื่อมกับรถไฟไฮสปีดสาย ลาว-จีน ที่ จ.หนองคายได้ คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 7-8 ปี นับจากนี้

เมื่อเป็นรัฐบาลอยู่เหนือกฎหมาย เอาผิดไม่ได้ ส่งผลให้อัตราการคอรัปชั่นพุ่งสูงขึ้นกว่ายุคไหนๆ จากยุคการเมืองเก่าภายใต้ทักษิณ ซึ่งมีลักษณะการทุจริตแบบ กลุ่มทุนการเมือง-ทุนการเมืองท้องถิ่น

คือการ ลงทุน-ถอนทุน ทางการเมือง แต่ในยุค ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เป็นยุคที่ กลุ่มทุนการเมืองจับมือกับทหารและชนชั้นศักดินารวมถึงเจ้าสัว นั่งอยู่เหนือกฎหมายที่ตรวจสอบไม่ได้ ยึดโยงสูงส่งกับมือที่มองไม่เห็นของประเทศ ไม่จำเป็นต้องเห็นหัวประชาชนอีก

ในเมื่อพวกเค้าไม่ใช้เจ้าของประเทศอย่างที่เผด็จการหลอกลวงกัน สิ่งเหล่านี้ย่อมชั่วร้ายกว่ารัฐบาลที่มีแค่นักการเมืองโกงหลายร้อยเท่า